วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ศรีสะเกษ อควอเรี่ยม - Sri Sa Ket Aquarium

ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำจังหวัดศรีสะเกษ   ( SRI SA KET AQUARIUM ) สวรรค์โลกใต้น้ำ แดนมหัศจรรย์แห่งเดียวในอีสานใต้ ศรีสะเกษอควอเรียม ตั้งอยู่ภายในสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา (เกาะห้วยน้ำคำ) ถ.เลียงเมือง ต.หนองครก อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เป็นอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำในการดูแลของเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ซึ่งมีแนวคิดมุ่งเน้นการพัฒนาให้ความรู้ สร้างความเพลิดเพลิน ส่งเสริมการท่องเที่ยวแก่เยาวชน นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป นอกเหนือจากการเรียนรู้ในตำรา หรือในห้องเรียน




ภายในอาคารได้จัดโซนปลาทะเล ปลาน้ำจืด ปลาสวยงาม โดยมีปลาน้ำจืด 79 ชนิด และปลาทะเล 22 ชนิด จำนวนกว่า 4,000 ตัว ตกแต่งในบรรยากาศไดโนเสาร์โลกล้านปีที่แปลกใหม่ ทั้งยังมีอุโมงค์แก้วใต้น้ำที่มีความยาวถึง 24 เมตร ซึ่งจะทำให้ผู้ชมได้สัมผัสกับฝูงปลาที่แหวกว่ายได้อย่างใกล้ชิด ชมความงามของสัตว์น้ำเค็ม และสัตว์น้ำจืด อุโมงค์แก้วลอดใต้บ่อปลาความยาว 24 เมตร 
 
ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ  เปิดให้เข้าชมในวันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. ปิดทำการทุกวันจันทร์ 
 
อัตราค่าเข้าชมเด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 30 บาท
 
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเทศบาลเมืองศรีสะเกษ โทร. 0 4561 2686, 0 4562 0211-4











































































ดู ศรีสะเกษ อควอเรี่ยม - Sri Sa Ket Aquarium ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า
 
 

ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง
 

เป่ากบ

เป่ากบ  เป็นอีกหนึ่งวิธีในการหากินของคนอิสาน ซึ่งต้องใช้ความชำนาญเป็นพิเศษ นั่นคือ การเป่าพุไม้ไผ่ ด้วยลูกดอกปุยนุ่น เป็นเครื่องมือหากิน ( พบเห็นบางรายพัฒนาการใช้ลูกดอกปุยนุ่นไปเป็นลูกดอกปุยสำลี เนื่องจากเป็นวัสดุทดแทนที่หาได้ง่าย และสะดวกกว่า และมีน้ำหนักมากกว่าแบบปุยนุ่นในระดับที่พอรับได้ )

กลางท้องนาไกลสุดลูกตาฟ้าเขียวของต้นข้าวช่วงตั้งต้น ระหว่างปลายเดือนกันยายน - ตุลาคม เมื่อเอ่ยถึงวิธีการล่ากบธรรมชาติด้วยการเป่าพุไม้ไผ่นั้นเรียกว่า " เป่ากบ " การเป่ากบทางแถบอิสานสนมนั้นมีเป้าหมายตามแหล่งน้ำในปริมาณที่มากพอ ซึ่งเป็นที่ๆ เหมาะสำหรับกบอยู่อาศัย อาทิ บ่อน้ำ สระน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง




วิธีการเป่ากบ
นักล่ากบที่ชำนาญแล้ว จะคาดเดาได้ไม่ยากเท่าใดนักว่าพื้นที่ใดพอที่จะมีกบอาศัยอยู่ เพื่อไม่ให้ไปถึงที่แล้วต้องพบกับความผิดหวัง เนื่องจากแหล่งน้ำแต่ละแห่งตามท้องนาแถบอิสานนั้นมีระยะทางที่ห่างกันพอได้เหนื่อยอยู่ และเมื่อไปถึงแหล่งน้ำที่หมายแล้ว ก็จะใช้พุไม้ไผ่นั้นเขี่ยต้นไม้ใบหญ้ารอบๆ แหล่งน้ำนั้น หวังเพื่อให้กบที่ซ่อนอยู่ในไงตกใจกระโดดลงน้ำ ( ไง เป็นภาษาอิสาน แปลว่า หลืบ หรือ ซอก อับ ที่ลับตา ) เมื่อรู้ว่ากบกระโดดลงน้ำ และแน่ใจว่าที่นี่มีกบ นักล่าก็จะนั่งเฝ้ารออยู่บนฝั่งนิ่งๆ พร้อมอาวุธล่ากบที่เรียกว่า " พุ " โดยหลักธรรมชาติทั่วไปตามสัญชาตญาณของกบ เมื่อกระโดดลงน้ำแล้ว และไม่มีสิ่งอื่นใดมารบกวนก็จะค่อยๆ โผล่ส่วนหัวขึ้นมาเหนื้อน้ำเล็กน้อยเพื่อสำรวจความปลอดภัยก่อน เมื่อปลอดภัยดีแล้ว ก็จะลอยตัวขึ้นมา ซึ่งเป็นช่วงที่นักล่ากบเฝ้ารอให้กบลอยตัวขึ้นมา แล้วตั้งท่าเป่าลูกดอกออกจากพุอย่างบรรจงไปยังตัวกบอย่างรวดเร็ว แรง แม่นยำ ซึ่งต้องใช้ความชำนาญ และสมาธิสูง ในการล่ากบแต่ละครั้ง หากเป่าพุพลาด..!! นั่นหมายถึงการรอคอยที่ต้องยืดเวลาออกไปอีก เพราะการรอคอยให้กบโผล่ลอยตัวขึ้นจากน้ำแต่ละครั้งนั้นกินเวลาค่อนข้างนาน สังเกตได้ว่า หากกบตัวใหญ่ก็ต้องใช้เวลารอนาน กบตัวเล็กจะใช้เวลาสั้นกว่า

เมนูกบยอดนิยมได้แก่ ผัดเผ็ดกบ กบย่าง ป่นกบ กบทอด หนังกบทอดกรอบ กบแดดเดียว แกงอ่อมกบ



ภาพบน : ทุ่งนาระหว่างบ้านโนนแดง และบ้านนานวน
ต.นานวน อ.สนม จ.สุรินทร์






ภาพบน : นักล่ากบด้วยพุไม้ไผ่



ภาพบน : ผาดพา ผลไม้ป่า บ้างก็นำส่วนผลไปทำกระสุนบั้งปง
บั้งปง เป็นของเล่นชนิดหนึ่งของเด็กอิสานทำจากไม้ไผ่
เมื่อยิงกระสุนผาดพาออกไปแล้วมีเสียงดัง โป้ง !!


ภาพบน : นักล่ากบ กับการรอคอยให้กบลอยตัวโผล่ขึ้นมาจากน้ำ
ภาพล่าง : ลูกดอกปลายแหลม พร้อมขึ้นลำพุไม้ไผ่





ภาพบน : ลูกดอก
ภาพล่าง : พุ ทำจากไม้ไผ่ เรียกว่า " พุไม้ไผ่ "











ภาพบน : วัดแจ้งนานวน บ้านนานวน ต.นานวน อ.สนม จ.สุรินทร์
ภาพล่าง : ควาย เพศเมีย








ภาพบน : สระประปา บ้านนานวน ต.นานวน อ.สนม จ.สุรินทร์
ภาพล่าง : ศาลปู่ตา สระประปา










ภาพบน : ดอกหญ้าบนคันนาท่ามกลางระหว่างต้นข้าวสวยงามมาก
ภาพล่าง : วัวดำ โอกาสพบเห็นไม่บ่อยนัก









ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง
1. ผลการค้นหา คำค้น " หากิน "